
ประวัติสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย
การพัฒนาระบบเวชบำบัดวิกฤตในประเทศไทยเริ่มมีความชัดเจนตั้งแต่ช่วงทศวรรษ พ.ศ. 2500–2510 เมื่อโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่หลายแห่งได้จัดตั้งหอผู้ป่วยวิกฤต (Intensive Care Unit: ICU) ขึ้นเพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยรุนแรง ในระยะแรกจำนวนเตียง ICU มีเพียงประมาณร้อยละ 1–2 ของจำนวนเตียงทั้งหมดในโรงพยาบาล และส่วนใหญ่เป็น ICU แบบสหสาขาวิชาชีพ (multidisciplinary open ICU) โดยทีมดูแลประกอบด้วยแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยและพยาบาลเวชบำบัดวิกฤต
ในช่วงทศวรรษ พ.ศ. 2520–2530 การดูแลผู้ป่วยวิกฤตในประเทศไทยเริ่มมีการพัฒนารูปแบบการดูแลเฉพาะทางมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ศูนย์การแพทย์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดตั้งหอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมแบบผสม (Hybrid Surgical Intensive Care Unit: SICU) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของทีมวิสัญญีแพทย์ โดยผู้ป่วยยังคงได้รับการรักษาทางศัลยกรรมจากศัลยแพทย์เจ้าของไข้ ขณะที่ทีมแพทย์ผู้ดูแล ICU รับผิดชอบการดูแลภาวะวิกฤตของผู้ป่วย
ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2531 กลุ่มแพทย์จากสถาบันทางการแพทย์ต่าง ๆ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยวิกฤตอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านวิชาการ การบริการ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ จึงได้รวมตัวกันก่อตั้ง “ชมรมเวชบำบัดวิกฤต” ขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการประสานความร่วมมือและส่งเสริมการพัฒนาวิชาการด้านเวชบำบัดวิกฤตในประเทศไทย การดำเนินงานของชมรมได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างรวดเร็วจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานด้านเวชบำบัดวิกฤต กลุ่มคณาจารย์แพทย์ผู้บุกเบิกจึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ. พญ. สุวัฒนา โภคสวัสดิ์ (ยศขณะนั้น) ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งเป็น “สมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2534
คณะกรรมการบริหารสมาคมชุดแรกประกอบด้วย
- ศ.คลินิกเกียรติคุณ พญ. คุณหญิง สำอางค์ คุรุรัตนะพันธ์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม
- พล.ต.ท. พญ. สุวัฒนา โภคสวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ
- พญ. คุณวรรณา สมบูรณ์วิบูลย์ ดำรงตำแหน่งเหรัญญิก
สมาคมมีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Thai Society of Critical Care Medicine และใช้อักษรย่อว่า TSCCM ส่วนชื่อย่อภาษาไทยคือ สววท. เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปวงกลม ภายในมีแผนที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง พร้อมเส้นสัญญาณแสดงการติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจและความดันโลหิต สื่อถึงการดูแลผู้ป่วยวิกฤตอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องในด้านการพัฒนาการศึกษาและการฝึกอบรม คณะกรรมการร่วมภายใต้ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย (Royal College of Physicians of Thailand: RCPT) ได้พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางต่อยอดด้านเวชบำบัดวิกฤต ซึ่งได้รับการรับรองจาก แพทยสภา (Thai Medical Council) ในปี พ.ศ. 2541 โดยเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมระยะเวลา 2 ปี สำหรับแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรในสาขาอายุรศาสตร์ วิสัญญีวิทยา หรือศัลยศาสตร์
การฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชบำบัดวิกฤตรุ่นแรกเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2542 และตั้งแต่นั้นมา สมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทยได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านเวชบำบัดวิกฤตของประเทศ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2556 สมาคมได้ขยายการฝึกอบรมโดยจัดตั้ง หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางต่อยอดด้านเวชบำบัดวิกฤตจำนวน 15 หลักสูตร ใน 6 สถาบันฝึกอบรมทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ด้านเวชบำบัดวิกฤตที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทยมีสมาชิกประกอบด้วยแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยวิกฤต โดยมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการพัฒนามาตรฐานการดูแลผู้ป่วยวิกฤตของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
